
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ส.ค. ดัชนีแกว่งตัวผันผวน แต่สามารถปิดบวกได้ ตามแรงเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่ โดยระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ 649.87 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 637.72 จุด จนมาปิดตลาดที่ 649.21 จุด เพิ่มขึ้น 9.05 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 1.41 ด้วยมูลค่าการซื้อขายคึกคัก 24,786.95 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็ม เอ ไอ ปิดที่ 185.50 จุด เพิ่มขึ้น 0.82 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 90.64 ล้านบาท ด้านสัดส่วนการลงทุนแบ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยขายสุทธิที่ 1,603.93 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิที่ 973.81 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิที่630.12 ล้านบาท โดยนายโกสินทร์ ศรีไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโส บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) มองว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวผันผวน ซึ่งปรับลดลงเล็กน้อยในช่วงเช้า และแกว่งตัวขึ้นในช่วงบ่าย จากการที่นักลงทุนเข้าเก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลักเป็นรายวัน รวมทั้งเป็นตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคหลายแห่งที่ฟื้นตัวขึ้นส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 ส.ค.นี้ มองว่า ดัชนียังคงผันผวนขึ้นกับทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศและราคาน้ำมันดิบเป็นหลัก หากฟื้นตัว หุ้นไทยก็จะปรับตัวตาม และหากลดลง จะลงตาม แต่เชื่อว่าคงไม่ลดมากนัก เนื่องจากเงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าต่อเนื่อง โดยประเมินแนวรับที่ 640-643 จุด และแนวต้าน 655-660 จุด ด้านกลยุทธ์ แนะนำทยอยขาย เมื่อดัชนีเข้าใกล้แนวต้าน หรือเลือกเก็งกำไรช่วงปรับฐานระหว่างวัน และรอซื้อช่วงอ่อนตัวสัปดาห์หน้า
ที่มา: www.news.mcot.net/economic
คำถาม
1.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจุดปิดตลาดมีค่าเท่าไร และคิดเป็นร้อยละเท่าไร
2.ส่วนแตกต่างของจุดเพิ่มขึ้นระหว่างตลาดหลักทรัพย์กับตลาดเอ็ม เอ ไอ มีค่ากี่จุด
3.ค่าดัชนีแกว่งตัวผันผวนขึ้นอยู่กับสิ่งใดเป็นหลัก

